Review Canon EOS 1D Mark IV

admin on 11 20, 2009


Canon ก็ได้ออกกล้องระดับโปรตัวใหม่ EOS-1D Mark IV มาแทนตัวเก่า Mark III เท่าที่ดูจากสเปคและreview แต่ละสำนักแล้ว EOS-1D Mark IV นี้มีฟีเจอร์ที่เด่นเยอะเลยที่เดียว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาระบบออโต้โฟกัสของ Mark III ที่ได้รับเสียงบ่นจากตากล้องมืออาชีพทั่วโลก และกว่าจะมาเป็น Mark IV นี้ ทาง Canon ก็ได้ทำการบ้านในจุดนี้เป็นหลัก เอาละเรามาดูฟีเจอร์หลักๆของ EOS-1D Mark IV กัน

จุดเด่นที่สำคัญของ EOS 1D Mark IV ใหม่คือ ระบบออโต้โฟกัส ที่พัฒนาใหม่หมด โดยมีจุดโฟกัสทั้งหมด 45 จุด เป็นแบบกากบาท High-precision cross-type 39 จุด ช่วยให้การปรับโฟกัสติดตามการเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสิ่งเคลื่อนไหวต่างๆ รวมไปถึงภาพสัตว์ป่าในธรรมชาติ โดยมีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงถึง 10 เฟรม/วินาที พร้อมด้วยระบบโฟกัสแบบต่อเนื่อง AI Servo II ใหม่ ประมวลผลติดตามการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ นับเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบออโต้โฟกัสในกล้องดิจิตอล SLR ระดับมืออาชีพ

Canon EOS 1D Mark IVแคนนอน EOS 1D Mark IV จะวางจำหน่ายในเมืองไทยราวต้นปี 2553 ออกแบบระบบออโต้โฟกัสใหม่ เป็นระบบออโต้โฟกัสที่ก้าวหน้ามากที่สุดของแคนนอน ออกแบบให้มีจุดโฟกัสทั้งหมด 45 จุด โดยมีจุดโฟกัสที่วางตำแหน่งเซ็นเซอร์สองชุดแบบกากบาทมากถึง 39 จุด ( 39 high-precision cross-type AF points) พร้อมด้วยโหมดโฟกัสใหม่ AI Servo II AF ช่วยให้การโฟกัสติดตามการเคลื่อนที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เร็วกว่ารุ่น EOS 1D Mark III ถึง สองเท่า! ตัวเซ็นเซอร์มีความไวในการทำงานสูง ใช้งานได้แม้สภาพแสงน้อยหรือในที่มืด คอนทราสท์ต่ำ นับว่าทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับกล้องตระกูล EOS ทุกรุ่นที่ผ่านมา

ความ ไวแสงที่กว้างคือสิ่งที่นักถ่ายภาพทุกคนปราถนามากที่สุด ช่วงความไวแสงสูงๆ ช่วยให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้โดยไม่ต้องใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้อง อีกทั้งความไวแสงสูง ยังช่วยให้ได้ความเร็วชัตเตอร์สูงสำหรับหยุดสิ่งเคลื่อนไหวต่างๆ โดยแคนนอน EOS-1D Mark IV ปรับความไวแสงได้จาก ISO 100 จนถึง ISO 12,800 แบ่งละเอียด 1/3 หรือ 1/2 สตอป และยังขยายเพิ่มได้คือ L : 50 กรณีถ่ายภาพในสภาพแสงที่สว่างมากๆ หรือเพิ่มขึ้นเป็น H1: 25,600, H2: 51,200 และ H3: 102,400 กรณีที่ต้องการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยมากๆ นอกจากนี้ที่ช่วงความไวแสงสูงยังให้ภาพที่ใสเคลียร์ มี Noise ต่ำอย่างน่าประหลาดใจ โดยความไวแสงสูงใช้งานได้ทั้งการบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอ และออกแบบให้เปิดใช้ฟังก์ชั่นลด Noise อัตโนมัติเมื่อใช้ความไวแสงสูงเป็นค่ามาตรฐานในกล้องรุ่นนี้

คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง EOS HD Video ซึ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยใช้กับกล้อง EOS Mark II เป็นครั้งแรก สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง 1080p เปิด โลกในมิติใหม่ให้กับช่างภาพในการบันทึกแบบมัลติมีเดีย ผสมผสานกันระหว่างภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเลือกความเร็วในการบันทึกภาพได้ตามต้องการ รวมทั้งการปรับค่าแสงเองแบบแมนนวล บันทึกด้วยเซ็นเซอร์ภาพที่มีขนาดใหญ่แบบ APS-H ใกล้เคียงกับขนาดฟิล์ม 35 มม. ให้ภาพที่มีมิติชัดลึกอย่างสวยงาม และแน่นอนว่ามีเลนส์ให้เลือกใช้มากมายให้เลือกใช้กว่า 50 ตัว อาทิเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างตระฏุล L, เลนส์ซูมเกรดโปร, เลนส์มาโคร เลนส์ Tilt-Shift และเลนส์ Fisheye ต่างกับกล้องวิดีโอทั่วๆ ไป ที่ใช้เฉพาะเลนส์ที่ติดมากับตัวกล้องเท่านั้น สามารถสร้างสรรค์ภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด

แคนนอน EOS-1D Mark IV เลือกบันทึกวิดีโอได้ 3 ขนาดคือ 1080p Full HD และ 720p HD ที่อัตราส่วนภาพ 16:9 หรืออัตราส่วนมาตรฐาน Standard Definition (SD) แบบ 4:3 และเลือกเฟรมเรทได้หลายแบบตั้งแต่แบบ 24p (23.976), 25p หรือ 30p (29.97) และ 720p HD หรือ SD ที่ความเร็ว 50p หรือ 60p (59.94) ในระบบวิดีโอ SDเ ลือกบันทึกได้ทั้งระบบ NTSC และระบบ Pal บันทึก เสียงระบบโมโน หรือแบบเสตอริโอเมื่อใช้กับไมโครโฟนสเตอริโอภายนอก และยังมีฟังก์ชั่นตัดต่อวิดีโอในตัวกล้องสำหรับลบส่วนที่ไม่ต้องการออก ช่วยให้การตัดต่อวิดีโอในภายหลังสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

แคนนอน EOS-1D Mark IV ออกแบบเซ็นเซอร์ภาพ CMOS ใหม่ ความละเอียด 16.1 ล้าน พิกเซล ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ปรับปรุงตัวรับภาพโฟโต้ไดโอดใหม่ ช่วยให้ภาพมีไดนามิกเร้นจ์กว้างมากยิ่งขึ้น บันทึกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ตั้งแต่โทนสว่างไปจนถึงโทนมืด โดยลดช่องว่างระหว่างไมโครเลนส์กับโฟโต้ไดโอดให้แคบลง และใช้ฟิลเตอร์สีหน้าเซ็นเซอร์ภาพที่พัฒนาขึ้นใหม่ ให้ภาพที่มีคุณภาพสูง ความไวแสงสูง และปรับปรุงชุดเซ็นเซอร์เซอร์กิตใหม่ ทำให้ภาพที่ได้ใสเคลียร์มี Noise ต่ำ และภาพที่ได้มีพิกเซลมากกว่า EOS 1D Mark III ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ประมวลผลภาพด้วยหน่วยประมวลผลคู่ DIGIC 4 ทำงานได้รวดเร็วกว่า DIGIC III เดิมราว 6 เท่า แปลงสัญญานภาพอนาลอกเป็นดิจิตอล แสดงสีได้ 14 บิต ที่ความเร็วในการบันทึกภาพ 10 เฟรม/วินาที และบันทึกภาพต่อเนื่องได้มากถึง 121 ภาพที่ไฟล์ฟอร์มแมท JPEG/L ด้วยเมมโมรี่การ์ด UDMA CF card หรือจะบันทึกภาพด้วยฟอร์แมท RAW ที่ความละเอียดสูงสุด 16 ล้านพิกเซล, -RAW ประมาณ 9 ล้านพิกเซล หรือ S-RAW ประมาณ 4 ล้านพิกเซล ส่วนไฟล์ฟอร์แมท JPEG เลือกได้ 3 ขนาดเช่นกันคือ M1, M2 และ Small

ที่มา : tlcthai.com

http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/digg_32.png http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/reddit_32.png http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/delicious_32.png http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/google_32.png http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/myspace_32.png http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/facebook_32.png http://camera2you.com/blog/wp-content/plugins/sociofluid/images/twitter_32.png

Leave a Reply